/
/
/
จับแมงปอมาไฟท์กัน Audioquest DragonFly Cobalt vs Red
Posted in ARTICLES

จับแมงปอมาไฟท์กัน Audioquest DragonFly Cobalt vs Red

อีกหนึ่งสุดยอดของ Portable DAC ในปัจจุบันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก DAC ซีรี่ย์ DragonFly ของค่าย Audioquest ครับ ด้วยรูปร่างที่กะทัดรัด ใช้งานง่าย และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลงให้สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของคุณได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า DragonFly เป็น DAC พกพาที่คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุดรุ่นนึงเลยล่ะครับ

แต่สำหรับตัวเลือกที่น่าสนใจระหว่างรุ่น Red หรือรุ่นล่าสุดอย่าง Cobalt จะตัดสินใจเล่นตัวไหนดี? อันนี้เราก็ต้องไปลองดูความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นแล้วล่ะ จะได้สบายใจในการควักกระเป๋าเลือกซื้อกลับไปฟังที่บ้านครับ

DragonFly Cobalt vs Red

ถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างมาก แต่ก็มีหลายจุดของขุมพลังภายในที่แตกต่างกันอยู่ครับ ถ้าว่ากันตามช่วงเวลาและราคาที่เปิดตัวของทั้ง 2 รุ่น Cobalt จะเปรียบได้กับน้องใหม่ที่ถูกอัพเกรดประสิทธิภาพหลายๆอย่างให้ดีขึ้นกว่ารุ่น Red แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่เพิ่มขึ้น และคาแรคเตอร์เสียงที่ต่างออกไปครับ เรามาดูข้อที่เหมือนและแตกต่างกันของทั้ง 2 รุ่นเลยดีกว่าครับ

จุดเหมือน

NATIVE RESOLUTION & MQA RENDERING

ทั้งรุ่น Red และ Cobalt สามารถตอบสนองความละเอียดสูงสุดได้ที่ 24-bit / 96kHz เหมือนกัน รวมทั้งรองรับการเรนเดอร์ไฟล์ MQA ได้ทั้งคู่ครับ

OUT PUT & HEADPHONE AMP

ค่าเอาท์พุตของทั้ง 2 รุ่นอยู่ที่ 2.1 volts จัดว่าแรงพอที่จะขับหูฟังหลากหลายรุ่นได้สบายๆ และสามารถทำงานกับอุปกรณ์ที่ใช้ความแรงสัญญาณระดับ line-level อย่างเช่น preamplifier, integrated amplifier หรือ receiver inputs ได้หมดครับ

ส่วน Headphone Amp ที่ใช้ก็เป็นรุ่น ESS Sabre 9601 เหมือนกันทั้งคู่ครับ

VOLUME CONTROL

ทั้ง 2 รุ่นใช้ระบบ Volume Control แบบ 64-Bit Bit-Perfect Digital Volume Control เหมือนกันทั้งคู่ครับ จะต่างจากรุ่น Black ที่ยังเป็น Analog Volume Control อยู่ครับ

COMPATIBILITY

สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆด้วยระบบ Plug & Play ครับ แค่เสียบก็พร้อมใช้งานทันที ไม่ว่าจะเป็น Apple OS, Micorsoft Windows หรือว่า Linux สำหรับสมาร์ทโฟนจะใช้ iOS หรือ Android ก็ไม่มีปัญหาครับ

MONOCLOCK TECHNOLOGY

อีกจุดร่วมที่เหมือนกันก็คือระบบ Clock ที่อยู่ภายในครับ ซึ่งเป็นระบบ single ultra-low-jitter หรือ การใช้ clock ที่มีสัญญาณคลาดเคลื่อนต่ำเป็นพิเศษเพียงตัวเดียวควบคุมการทำงาน ทำให้เสียงที่ได้ความละเอียดและชัดเจนได้มากกว่า DAC ที่ใช้ clock หลายตัว

จุดต่าง

DAC CHIP

ชิพ DAC ที่อยู่ใน DragonFly Red จะเป็นรุ่น ESS ES9016 ส่วนในตัว Cobalt จะถูกอัพเกรดเป็น ESS ES9038Q2M ซึ่งข้อแตกต่างของชิพในรุ่น Cobalt คือฟีเจอร์ minimum-phase slow roll-off filter จะถูกปรับให้จุดตัดของสัญญาณมีความสมูธมากขึ้นทำให้ได้เสียงที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมครับ

MICROCONTROLLER

ระบบควบคุมการทำงานของ DragonFly Red จะเหมือนกับ Black ครับ คือ Microchip รุ่น PIC32MX270 ซึ่งเป็นชิพที่กินพลังงานน้อยและทำงานบนสถาปัตยกรรม 32 Bit สามารถรองรับการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ได้ ส่วนใน DragonFly Cobalt จะเปลี่ยนมาเป็น Microchip รุ่น PIC32MX274 ซึ่งมีฟีเจอร์เหมือนกับ Red ทุกประการ แต่ความเร็วในการประมวลผลจะเพิ่มขึ้นอีก 33% ครับ

INCLUDES DRAGONTAIL

ข้อแตกต่างสำคัญอีกอย่างคือ DragonFly Cobalt จะมีอะแดปเตอร์จาก USB A ไป USB C ที่ชื่อว่า Dragontail แถมมาให้ด้วยครับ ซึ่งนอกจากจะประหยัดเงินไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มแล้ว อะแดปเตอร์ของ Audioquest ก็ขึ้นเชื่อเรื่องคุณภาพมากๆครับ เพราะออกแบบให้มี noise และ jitter ที่ต่ำ แถมป้องกันพวกคลื่นรบกวนได้ด้วย ฉะนั้นคุณภาพเสียงก็จะยิ่งดีขึ้นกว่าอะแดปเตอร์ทั่วๆไปครับ

คุณภาพเสียง

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องเสียงซึ่งอันที่จริงแล้วอยากแนะนำให้มาลองด้วยตัวเอง จะรู้ถึงความแตกต่างได้ดีที่สุดครับ ทั้งสองรุ่นเป็น DAC พกพาที่สามารถยกระดับคุณภาพเสียงของสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ของคุณได้อย่างแน่นอน แต่จุดเด่นของ Cobalt ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาตามมาทีหลังจะให้น้ำเสียงชัดเจน แสดงรายละเอียดได้แม่นยำมากขึ้น และซาวด์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า อันนี้ก็ต้องมาลองฟังดูล่ะครับว่าคุณชอบคาแรคเตอร์ของ Cobalt ที่ถูกต่อยอดมาจาก Red รึเปล่านะครับ





ไม่พบข้อความวิจารณ์

ใส่ความเห็น

พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการและกด ENTER เพื่อค้นหา

ตะกร้าสินค้า