/
/
/
ปัญหาที่คุณต้องเจอของ MQA ใน iOS
Posted in ARTICLESLEARNING CENTER

ปัญหาที่คุณต้องเจอของ MQA ใน iOS

ข่าวดีล่าสุดของชาวสตรีมมิ่งมิวสิคประจำเดือนนี้ก็คือการที่ Tidal รองรับการสตรีมมิ่ง MQA บนระบบ iOS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เราสามารถที่จะฟังเพลงด้วยความละเอียดระดับ “Master” ในสเตปแรกได้แบบง่ายๆโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพา DAC ให้เปลืองเงิน ซึ่งฟังดูดีทีเดียวถ้าเราไม่เจอปัญหาเล็กๆน้อยๆที่ทาง Apple อาจไม่ทันได้คิดเอาไว้ตั้งแต่แรก

ตอนแรกที่มีข่าวของการซัพพอร์ต MQA บน iOS ออกมาผมก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกับหลายๆท่าน เนื่องจากส่วนตัวก็ใช้อุปกรณ์ของ Apple ทุกอย่างตั้งแต่มือถือ แท็ปเล็ต ยันโน้ตบุ้คอยู่แล้ว แถมยังฟังเพลงผ่าน Tidal เป็นหลักอีกต่างหาก งานนี้ก็เลยปลื้มไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่เนื่องจากนั่งอ่านบทความตามเวปไซต์ต่างประเทศเพลินๆจนไปพบกับบทความจากเวปไซต์ Darko Audio ที่เค้าพูดถึงเรื่องของ MQA ว่ามันอาจไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่คิด พอผมอ่านจบก็อดคิดไม่ได้ว่า มันก็จริงอย่างที่ฝรั่งเค้าพูดแฮะ เลยอยากเอามาแชร์ให้กับทุกท่านได้ลองอ่านกันครับ

ใช้แอพพลิเคชั่นคลี่”กระดาษ” ได้แล้ว

จากการอัพเดทแอพพลิเคชั่นของ Tidal ในครั้งนี้จึงทำให้ตัว iOS สามารถที่จะ ”คลี่ไฟล์” MQA จาก 24bit/48kHz ให้กลายเป็น 24bit/96kHz หรือ 24bit/44.1kHz ให้กลายเป็น 24bit/88.2kHz ได้อย่างสบายๆ ก่อนที่จะส่งหน้าที่ต่อไปให้ DAC จัดการคอนเวิร์ทไฟล์จากดิจิตอลให้เป็นอะนาลอค ซึ่งนี่คือกระบวนการที่เรามักเรียกกันว่าการคลี่ไฟล์ชั่นแรกนั่นเองครับ

“Audio Origami”

ถือว่า iOS มาช้ากว่าชาวบ้านเค้าไปพอสมควร เพราะความสามารถนี้สามารถใช้งานบนแอพ Tidal ของเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปได้ตั้งนานแล้ว ส่วนระบบ Android ก็ใช้ความสามารถนี้ได้ตั้งแต่ปีที่แล้วนู่น แต่เหมือนอย่างที่คนเค้าพูดกันว่า “มาช้าดีกว่าไม่มา” ชาว iOS ก็จงฟังเพลงซะให้คุ้มกับที่เค้าเปิดให้ใช้งานละกันนะครับ ฮ่าๆ

หูฟัง Bluetooth แจ็คพอตก่อนใครเพื่อน

พูดถึงข้อดีแล้วเราจะไปเริ่มดูปัญหาที่จะเกิดขึ้นกันบ้างล่ะ เริ่มจากการที่ตัวแอพ Tidal บน iOS สามารถคลี่ไฟล์ชั่นแรกออกมาได้ก็จริง แต่ปัญหามันจะไปอยู่ที่ระบบของ DAC ล่ะครับทีนี้ว่ามันทำงานได้สอดคล้องกันหรือไม่

 “หูฟัง wireless หลายรุ่นรองรับ codec สูงสุดได้แค่ aptX แค่เท่านั้น”

ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณใช้งานหูฟังบลูทูธอันนี้ก็บอกเลยว่าเกมส์แน่ๆ เนื่องจากระบบ DAC บนหูฟังยังไม่รองรับการใช้งาน MQA ลองดู codec บลูทูธที่นิยมใช้กันอย่าง aptX ยังรองรับความละเอียดแค่ 16Bit 48kHz เท่านั้นเอง ซึ่งถึงตัวแอพจะคลี่ไฟล์ชั้นแรกได้ แต่หูฟังบลูทูธส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถเล่นไฟล์เพลงที่ความละเอียดระดับนั้นได้อยู่ดีครับ

ใครใช้ iPhone 7 ขึ้นไปก็แจ็คพอตเช่นกัน

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นมี DAC ติดตั้งอยู่ภายใน แต่สำหรับ iPhone 7 ขึ้นไปเป็นที่รู้กันว่าถูกทาง Apple ตัดช่องเอาท์พุต 3.5mm ออกไปเรียบร้อย จึงทำให้ DAC ภายในนั้นสั่งการกับลำโพงได้เพียงอย่างเดียว การที่คุณจะฟังเพลงผ่านหูฟังล่ะก็ทางเลือกมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือใช้อะแดปเตอร์ Lightning to 3.5mm ซะ

และนี่ก็คือที่มาของปัญหาที่ว่าครับ เนื่องจากเจ้าตัวอะแดปเตอร์ก็มี DAC อยู่เช่นกัน และมันจะทำหน้าที่แทน DAC ภายในเครื่องทันทีเมื่อถูกเชื่อมต่อ แต่ DAC เจ้ากรรมของตัวอะแดปเตอร์มันจะทำการแปลงข้อมูล Audio ได้ Sample Rate สูงสุดแค่ 48kHz เท่านั้นเอง นั่นก็หมายความว่าถึงแอพ Tidal จะสามารถคลี่ไฟล์ชั่นแรกออกมาได้ แต่สุดท้ายมันก็จะถูกอะแดปเตอร์ Down Sample ลงมาเหลือเพียง 48kHz เท่านั้นเองครับ

ทำให้สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็นว่า Apple นั้นไม่รองรับการใช้งาน Hi-Res Audio อีกทางนึงเข้าให้ซะแล้วครับ เพราะถ้าอยากจะใช้ iOS ฟังเพลงจากไฟล์ Hi-Res คุณก็ต้องหาแอพมาติดตั้งเพิ่มเติมอยู่แล้ว พอทีนี้มาถึงการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งก็ดันถูกระบบที่ตัวเองสร้างไว้วางสนุ๊กเข้าให้อีกต่างหาก คือถ้าอยากฟังเพลงแบบ Hi-Res Audio บน iPhone 7 ขึ้นไป ไม่ว่าจะใช้ไฟล์เพลงหรือฟังแบบสตรีมมิ่งก็ดูจะยุ่งยากกว่าชาวบ้านเค้าพอสมควรครับ

DAC ภายนอกพระเอกสำหรับงานนี้

นั่นก็ทำให้ DAC ภายนอก หรือ external DAC กลายเป็นเรื่องจำเป็นเหมือนเดิม จากตอนแรกที่ดูเหมือนว่าฟังเพลงได้สะดวกสบายขึ้น คลี่ไฟล์ชั้นแรกแบบสบายๆไม่ต้องพกพาหรือไม่ต้องต่อ DAC ให้วุ่นวาย สรุปก็กลับเป็นว่าต้องพึ่งพี่เค้าเหมือนเดิมครับ ฮ่าๆ

DAC หลายๆรุ่นถึงจะเสียงดีและรองรับ MQA ร้อยเปอร์เซ็นอย่างเช่นตระกูล iFi แต่ด้วยขนาดที่ไม่ได้กะทัดรัดมากนัก รวมถึงการบริโภคแบตเตอรี่จาก iPhone ที่เยอะเอาการเนื่องจากการทำงานกับไฟล์ความละเอียดสูง ทำให้ข้อดีในแง่การพกพาสมาร์ทโฟนแค่เครื่องเดียวพอจึงสูญหายไปในทันที

Audioquest “DragonFly Red”

 

ทางเลือกที่ดูจะเข้าที่มากที่สุดตอนนี้ก็เห็นจะเป็น DAC จากค่าย AudioQuest รุ่น DragonFly Red และก็ Black เนี่ยล่ะครับ เนื่องจากขนาดที่พกได้สะดวกและอัตราการบริโภคพลังงานที่ไม่ได้สูงจนเกินไปนัก ด้วยการเชื่อมต่อผ่านอะแดปเตอร์แบบ Lightning to USB เท่านี้การคลี่ไฟล์ก็จะทำได้สมบูรณ์แบบ ด้วยการใช้แอพ Tidal ในการปลดปล่อยไฟล์ชั้นแรก เมื่อข้อมูลถูกส่งมาถึงเจ้า DragonFly มันก็จะทำหน้าที่คลี่ไฟล์ชั่นที่สองให้สมบูรณ์แบบนั่นเอง

Tidal ยังทำได้ไม่สมบูรณ์บน iOS

งานนี้จะว่าไปก็ไม่ใช่ความผิดของทาง Tidal แต่ด้วยความที่ Apple ยังไม่รองรับเรื่องของ Hi-Res Audio อย่างจริงจัง ก็ทำให้คนฟังอย่างเราๆโดนหางเลขไปด้วยเลย ใครที่ยังใช้ iPhone 6 อยู่ล่ะก็ถือว่าเป็นโชคดีของคุณที่สามารถใช้ความสามารถของแอพ Tidal ในตอนนี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ใครที่ใช้ iPhone 7 ขึ้นไปล่ะก็บอกเลยว่า Tidal สามารถรองรับการใช้งาน MQA ได้ทุกที่ก็จริง แต่อยู่ในวงเล็บที่ว่า “ต้องพึ่ง DAC ภายนอกด้วยนะจ๊ะ”

สุดท้ายทาง Darko Audio เขียนสมการของ iOS และ MQA ออกมาสรุปได้ง่ายๆเลยว่า

Tidal + MQA + iPhone = 2Bit/96kHz? หมดสิทธิ์นะครับ

Tidal + MQA + iPhone + external DAC = 2Bit/96kHz (และมากกว่านี้) ถูกต้องนะคร้าบบ

พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการและกด ENTER เพื่อค้นหา

ตะกร้าสินค้า