/
/
/
TOPPING D90SE vs SMSL SU-9 จะเล่น DAC ชุดใหญ่ ไปตัวไหนดี
Posted in ARTICLES

TOPPING D90SE vs SMSL SU-9 จะเล่น DAC ชุดใหญ่ ไปตัวไหนดี

DAC คู่แข่งที่ฟ้าส่งมาปะทะกันโดยตรงนั่นก็คือ TOPPING D90SE และ SMSL SU-9 เพราะเป็น DAC ในพิกัดใกล้เคียงกัน โดยมีสเปครวมถึงฟีเจอร์ต่างๆที่สูสีกันมากๆครับ สำหรับท่านใดที่กำลังมองหา Desktop DAC ไว้เข้าประจำการอยู่ล่ะก็ ลองแวะมาดูข้อแตกต่างของทั้งสองรุ่นประกอบการตัดสินใจกันได้เลยครับ

TOPPING D90SE vs SMSL SU-9 Desktop DAC

ทั้ง TOPPING D90SE และ SMSL SU-9 ถือว่าเป็นคู่ปรับที่ใกล้เคียงกันมากๆครับ ใครที่เล็ง DAC ตัวใดตัวนึงไว้อยู่ก็เชื่อได้ว่าต้องเอาอีกตัวมาเปรียบเทียบกันแน่ๆ สำหรับใครที่ขี้เกียจไปนั่งหาข้อมูลของทั้งคู่มาเทียบกัน เดี๋ยวเราสรุปออกมาเป็นข้อๆให้เห็นกันเลยดีกว่าครับ

ภาคการประมวลผลและชิป DAC

TOPPING D90SE : ชิป DAC ES9038 PRO / XMOS XU-216

SMSL SU-9 : ชิป DAC ES9038 PRO / XMOS XU-208

ในส่วนของชิป DAC นั้นทั้งสองค่ายเลือกใช้บริการจาก ESS SABRE รุ่นเดียวกันทั้งคู่ครับ นั่นคือ ES9038 PRO ซึ่งเป็นชิป DAC แบบ 32 Bit ระดับเรือธงที่ถูกใช้งานในอุปกรณ์ระดับ Audiophile และอุปกรณ์ในสตูดิโอ เป็นชิปที่สามารถทำงานได้ถึง 8 แชนแนล อย่าง D90SE ก็ออกแบบระบบเป็นแบบ Parallel ข้างละ 4 แชนแนลเพื่อให้ได้ระบบ Full Balanced ที่สมบูรณ์แบบครับ

สำหรับ SU-9 ก็ดีไซน์ระบบให้เป็น Balanced เช่นเดียวกัน แถมยังเพิ่มชิปจ่ายไฟประสิทธิภาพสูงอย่าง ES9311 ที่ออกแบบมาเพื่อชิป DAC ของ ESS โดยตรง ทำให้มีค่าผิดเพี้ยนสัญญาณต่ำเพียง 1uVrms ครับ

ส่วนของชิป microcontroller จะมีความแตกต่างกันครับ โดยที่ D90SE จะใช้ชิป XMOS XU-216 ส่วน SU-9 ใช้ชิป XMOS XU-208 ทางด้านเทคนิคนั้นมีรายละเอียดที่แตกต่างกันด้วยจำนวน Processor แต่อย่างไรก็ตาม DAC ทั้งสองรุ่นเมื่อเชื่อมต่อผ่าน USB input แล้วสามารถรองรับรายละเอียดเสียงสูงสุดได้ที่ 32bit/768kHz และ DSD512 เท่ากันทั้งคู่ครับ

MQA Support

แน่นอนว่า DAC ระดับนี้ถ้าไม่มี MQA คงจะเชยแหลก ซึ่งทั้งสองรุ่นสามารถถอดรหัสไฟล์ MQA ได้แบบ Full Decoder ทั้งคู่ครับ

Hi-Res Wireless Audio

DAC ทั้งสองรุ่นยังตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟังเพลงผ่าน Bluetooth Audio ได้เป็นอย่างดีครับ โดยเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 และรองรับ codec ต่างๆครบครันโดยเฉพาะ codec ระดับ Hi-Res อาทิเช่น AptX, AptX-LL, AptX-HD และ LDAC

สำหรับ SMSL SU-9 จะมีความพิเศษขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะสามารถใช้งาน Codec รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงมากๆอย่าง UAT ทำให้ฟังเพลงแบบไร้สายด้วยรายละเอียดที่สูงถึง 24bit/192kHz ครับ ถ้าใครมีอุปกรณ์ที่รองรับ codec นี้ได้ก็อาจต้องเก็บเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วยนะครับ

ส่วนของ i/O

TOPPING D90SE input : USB / COAXIAL / OPTICAL / AES / IIS / Bluetooth

SMSL SU-9 input : USB / COAXIAL / OPTICAL / Bluetooth

ภาค input นั้นต้องยกให้ TOPPING D90SE เค้าครับ เพราะมีดิจิตอลอินพุตที่ครบถ้วนมากกว่า คือนอกจากพอร์ตมาตราฐานอย่าง USB, COAXIAL และ OPTICAL แล้วยังเพิ่ม AES รวมถึง IIS ที่เชื่อมต่อผ่านสาย HDMI ด้วยครับ ฉะนั้นถ้าใครมีซิสเต็มใหญ่ๆ มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ฟังเพลงดูหนังเยอะๆ D90SE จะเหมาะมากกว่าครับ

TOPPING D90SE output : Single-Ended RCA / Balanced XLR

SMSL SU-9 output : Single-Ended RCA / Balanced XLR

ส่วนของ output นั้นเท่ากันทั้งคู่ครับ 1 Single-Ended และ 1 Balanced ถือว่าเป็นมาตราฐานของ DAC และ Pre-Amp ครับ

การตอบสนองต่อสัญญาณเสียง

TOPPING D90SE แอมป์หูฟังตั้งโต๊ะไร้สาย Full Balanced Hi-Fi รองรับ MQA

เรื่องของคุณภาพเสียงนั้นถ้ามองจากตัวเลขต้องยอมรับว่า TOPPING D90SE ได้เปรียบกว่าเล็กน้อยครับ โดยมีค่า THD+N Ratio ที่ดีกว่า SU-9 อยู่ประมาณ 5dB ในข้อนี้จะทำให้สัญญาณเสียงของ D90SE มีความสะอาดมากกว่า SU-9

แต่ SU-9 เองก็ออกแบบระบบเพาเวอร์ซัพพลายให้มี Noise ต่ำที่สุด เพื่อให้สัญญาณเสียงมีความสะอาดมากที่สุดเช่นกันครับ

ด้วยค่าตัวที่มากกว่าของ D90SE ในจุดนี้ต้องอยู่กับการทดลองฟังและซิสเต็มของแต่ละท่านแล้วล่ะครับที่จะเป็นตัวบอกว่า DAC รุ่นไหนที่จะให้เสียงถูกใจคุณมากกว่ากัน

มี Remote Control ทั้งคู่

สำหรับการควบคุมการใช้งานทั้ง DAC ทั้งสองรุ่นมีรีโมทแถมมาให้พร้อมครับ ทำให้ใช้งานได้สะดวก โดยเฉพาะผู้ที่เซ็ทอัพระบบโฮมออดิโอที่ตำแหน่งการนั่งฟังห่างออกมาจากอุปกรณ์ การสั่งงานผ่านรีโมทจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ ยกเว้นผู้ที่เซ็ท DAC ไว้บนโต๊ะทำงานนะครับ แต่อย่างไรก็ดีการมีรีโมทจะทำให้เราเข้าสู่เมนูการปรับแต่งลึกๆได้ง่ายขึ้นครับ

มี Digital Filters ให้ทั้งคู่เช่นกัน

ทั้งสองรุ่นนี้มี PCM และ DSD Filters มาให้เลือกเพิ่มเติมได้ครับ ก็ถือว่าเป็นความสะดวกและเป็นลูกเล่นที่ดีสำหรับผู้ที่ชอบปรับแต่งเสียงเพิ่มเติมครับ

แต่จะมีอยู่จุดนึงที่ต้องยกให้กับ SMSL SU-9 เค้าซะหน่อยก็คือมี sound color mode อีก 3 แบบมาให้เลือกใช้งานด้วยครับ โดยจะเป็นการจำลองโทนเสียงของแอมป์ ทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกของเสียงเพิ่มขึ้น ซึ่ง D90SE จะไม่มีลูกเล่นแบบนี้มาให้ครับ


ด้วยจุดเปรียบเทียบสำคัญๆเหล่านี้น่าจะช่วยให้ผู้ที่สนใจ DAC ทั้งสองรุ่นเห็นความแตกต่างกันได้ชัดเจนขึ้นนะครับ ต้องบอกว่าทั้ง TOPPING D90SE และ SMSL SU-9 นั้นมีข้อแตกต่างที่คู่คี่สูสีกันพอสมควรครับ ถ้าไม่นับเรื่องของน้ำเสียงแล้ว คงต้องดูที่ความต้องการออกแบบระบบฟังเพลงของแต่ละท่านแล้วล่ะครับ ว่าต้องการเชื่อมต่อแบบไหนบ้าง เพราะน่าจะเป็นความแตกต่างที่มีนัยยะสำคัญของ DAC ทั้งสองรุ่นแล้วล่ะครับ

ส่วนในเรื่องของความคุ้มค่า DAC ระดับนี้ให้น้ำเสียงและความสะดวกในการใช้งานที่คุ้มค่าการลงทุนแน่นอนครับผม

พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการและกด ENTER เพื่อค้นหา

ตะกร้าสินค้า