/
/
/
จูนหูฟังให้เสียงดีด้วย Sonarworks “True-Fi”
Posted in ARTICLESLEARNING CENTERREVIEWS

จูนหูฟังให้เสียงดีด้วย Sonarworks “True-Fi”

มีใครบ้างจะไม่อยากได้หูฟังเสียงดีๆ แต่การได้มาซึ่งหูฟังที่มีคุณภาพเสียงยอดเยี่ยมนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาค่าตัวของหูฟังเพียงอย่างเดียวนะครับ  การคาลิเบรท (Calibrate) หูฟังให้มีการตอบสนองต่อย่านความถี่ต่างๆได้ถูกต้องก็เป็นอีกหนึ่งปัจจับที่ทำให้หูฟังเราเสียงดีได้เหมือนกันนะ

การคาลิเบรทหูฟังก็คือการปรับแต่งค่า Frequency Response หรือการตอบสนองย่านความถี่ของหูฟังให้ดีขึ้นนั่นเองครับ หูฟังแต่ละตัวมีคาแรคเตอร์เสียงที่ต่างกันเนื่องจากการออกแบบ รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็จริงอยู่ แต่เราสามารถผลักดันคุณภาพเสียงที่เรามีอยู่ให้ไปถึงจุดสูงสุดของมันได้อีกก็ด้วยการปรับแต่งค่า Frequency Response ซึ่งวิธีที่ง่ายๆเลยก็คือใช้แอพพลิคชั่นเข้ามาช่วยปรับแต่งเนี่ยล่ะครับ

True-Fi เป็นแอพพลิเคชั่นจากค่าย Sonarworks ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากปลั๊กอินที่ใช้ในการคาลิเบรทระบบ Monitoring System (ลำโพงและหูฟัง) ที่ใช้งานในสตูดิโอให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างแม่นยำและถูกต้องมากที่สุด

“Reference 4” ปลั๊กอินสำหรับคาลิเบรทลำโพงและหูฟังในสตูดิโอ

นอกจากปลั๊กอินสำหรับงานโปรดักชั่นแล้ว ทาง Sonarworks ก็ได้ผลิตแอพพลิเคชั่นสำหรับใช้งานในสมาร์ทโฟนรวมถึงคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปด้วย นั่นก็คือเจ้า True-Fi ที่เรากล่าวถึงไปนั่นเองครับ เป็นเวอร์ชั่นที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์คนฟังเพลระดับ Consumer ทั่วไปที่ต้องการปรับจูนหูฟังที่มีอยู่ให้ได้คุณภาพเสียงดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ข้อดีของ True-Fi

ไอเดียของ True-Fi ก็คือการปรับแต่งเสียงของหูฟังให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด เพราะว่าหูฟังแต่ละรุ่นอาจจะมีจุดอ่อนในการตอบสนองย่านความถี่เป็นบางจุด ยกตัวอย่างเช่นหูฟังที่ผมนำมาใช้ทดสอบอย่าง AKG 240 studio จะมีจุดอ่อนทางด้านความถี่ต่ำ ดังนั้นเพื่อชดเชยความถี่ต่ำเราก็ต้องแก้ด้วยการปรับ EQ ในย่านนี้ให้คืนกลับมาบ้าง ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้า True-Fi นั่นเองครับ

“True-Fi Application”

เนื่องจากสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เราปรับแต่ง EQ ได้ตามใจชอบ ส่วนมากจะเป็นพรีเซ็ทมาให้เราเลือกสำเร็จรูปตามแนวเพลงที่ฟัง หรือบางรุ่นที่สามารถปรับแต่งได้ก็จะเป็นเรื่องลำบากของเราอีกที่ต้องมาหาว่าเราจะปรับแต่งยังไงให้หูฟังเราเสียงดีขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเป็นมือใหม่ลองปรับไปปรับมาเผลอๆเสียงแย่กว่าเดิมซะงั้น ฮ่าๆ ซึ่งตรงนี้นี่เองครับที่ True-Fi จะเข้ามาช่วยให้การคาลิเบรทหูฟังเราง่ายขึ้นกว่าเดิม

พรีเซ็ทสำหรับหูฟังกว่า 280 รุ่น

ตรงนี้ล่ะครับที่เป็นจุดแข็งของ True-Fi เพราะเราไม่ต้องปวดหัวกับการค้นหาว่าหูฟังของเรานั้นขาดหรือเกินในย่านความถี่ไหนบ้าง เพราะเค้ามีพรีเซ็ทของหูฟังกว่า 280 รุ่นให้เราเลือกใช้ได้เลย เรียกว่าเยอะมากและครอบคลุมหูฟังทุกรุ่นในตลาดจริงๆ ขนาดหูฟังแถมของ Apple ก็ยังมีคิดดู คือถ้าหูฟังคุณไม่ได้แปลกประหลาดมากๆหรือเป็นพวกรุ่นคัสตอมแล้วล่ะก็รับรองว่ามีตรงรุ่นแน่นอนครับ

“รายชื่อส่วนหนึ่งของหูฟังที่รองรับการใช้งาน”

ซึ่งทาง Sonarworks เค้าได้ทำการวิเคราะห์ถึงลักษณะทางอะคูสติค รวมถึงวัดค่า Frequency Response ของหูฟังแต่ละรุ่นมาเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็ทำพรีเซ็ทชดเชยค่าความถี่บางส่วนให้กลับมาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้หูฟังของเราเสียงดีกว่าเดิมครับผม

ใช้งานง่ายและฟรี!!

เรื่องใช้งานง่ายยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่สำคัญคือฟรีครับ ฮ่าๆ นั่นไงตาลุกวาวกันเป็นแถบๆเลยล่ะซิ สำหรับในเวอร์ชั่นสมาร์ทโฟนนั้นมีให้เลือกทั้งแบบเสียเงินและก็ฟรีครับ แต่ถึงจะใช้แบบฟรีก็รับรองได้ว่าไม่มีแอดโฆษณามากวนใจคุณแน่ๆ แต่ข้อเสียสำคัญเลยก็คือคุณจะไม่ได้รับการอัพเดทใดๆทั้งสิ้น ถ้ามีฟีเจอร์ใหม่ๆมาให้ใช้ก็หมดสิทธิ์ เอาเป็นว่าลองเล่นดูก่อน ถ้าถูกใจค่อยมาซื้อทีหลังก็ยังได้ครับ

กลับมาที่ส่วนของการใช้งานบ้าง True-Fi นั้นใช้งานง่ายสุดๆ แค่เลือกหูฟังให้ตรงรุ่นกับที่เราใช้งานเท่านั้นเอง แค่นี่ก็เริ่มใช้งานฟังเพลงได้เลย

จากในรูปเมื่อผมเข้าไปที่หมวดหูฟังของ Sony และเลือกรุ่นเป็น MDR-1A ตัวแอพก็จะขึ้นรูปหูฟังมาเพื่อให้เรายืนยันว่าที่เรามีเป็นรุ่นนี้ถูกต้องชัวร์นะ เมื่อเราตอบตกลงก็จะมีขั้นตอนให้เรายืนยันเพศและอายุของเราเล็กน้อย ซึ่งจริงๆสามารถปรับแก้ได้ตลอดเวลานะ ซึ่งก็กรอกให้ตรงความเป็นจริงด้วยนะครับ อย่าแอบโกงอายุล่ะ ฮ่าๆ เนื่องจากอายุที่มากขึ้นจะส่งผลต่อการตอบสนองย่านความถี่ของหูเราด้วย ซึ่งนอกจาก True-Fi จะชดเชยค่า Frequency Response ให้ตามลักษณะหูฟังของเราแล้ว ยังชดเชยตามอายุของเราอีกต่างหาก

พอตั้งค่าเบื้องต้นเสร็จแล้วก็มาฟังเพลงกันได้เลย โดยคลังเพลงที่เราเลือกมาฟังได้จะมีแค่คลังเพลงภายในตัวเครื่อง อย่างเช่น iOS ก็จะฟังผ่าน Media Library ของ iTunes กับอีกส่วนนึงจะเป็นคลังเพลงของ Spotify เพียงแต่ว่าคุณต้องเป็นสมาชิกแบบ Premium ซะก่อนนะ ถ้าใครที่ฟังฟรีอยู่ก็หมดสิทธิ์ไปอีกหนึ่งนะครับ

จุดนี้นับว่าเป็นข้อเสียสำหรับ True-Fi เพราะจำกัดคลังเพลงพอสมควร ถ้าเกิดใครที่ใช้สตรีมมิ่งเจ้าอื่นนอกจาก Spotify ก็เกมส์เลย หรือบางคนที่ฟังเพลงในเครื่องแต่ฟังผ่านแอพตัวอื่นที่ไม่ใช่ iTunes อันนี้ก็เจ๊งเช่นเดียวกัน

เวลาฟังเพลง True-Fi ก็จะทำหน้าที่ควบคุมการเล่นทั้งหมดนะครับ โดยเราสามารถเลือกเปิดหรือปิดฟังค์ชั่นคาลิเบรตเพื่อฟังเทียบความต่างระหว่างเสียงจากหูฟังแบบเดิมๆกับแบบที่ผ่านการคาลิเบรตแล้วได้ด้วย ซึ่งรับรองว่าเห็นความแตกต่างแน่นอนครับ ไม่ต้องนั่งจับผิดกันให้เสียเวลา

นอกจากนั้นเราก็ยังสามารถปรับแต่งค่าได้อีกนิดหน่อย อย่างการชดเชยค่า Age Adjustment ซึ่งถ้าเราปรับมากก็จะเป็นการชดเชยย่านความถี่สูงให้มากขึ้นไปอีก เพราะเวลาคนเราอายุมากขึ้นการตอบสนองต่อย่านความถี่สูงจะยิ่งลดลงครับ คือได้ยินนั่นแหละ แต่ได้ยินเบาลง ดังนั้นเค้าก็เลยมีให้ชดเชยในส่วนนี้ด้วย เวลาเราปรับก็จะรู้สึกว่าเสียงใสขึ้นไปอีก

ดูจากกราฟ Frequency Response ในรูป จะเห็นว่าที่เป็นเส้นกราฟสีเทาก็คือการตอบสนองต่อย่านความถี่ต่างๆของหูฟัง MDR-1A ของผมนั่นเอง ซึ่งเส้นกราฟสีส้มก็คือการชดเชยให้การตอบสนองความถี่ราบเรียบมากขึ้น อันไหนโด่งไปก็ลดลง ย่านไหนไม่ค่อยมีก็เพิ่มขึ้นให้ตามสมควร ผลที่ได้ก็คือหูฟังที่ค่อนข้างจะ Flat Response คือตอบสนองได้เท่าเทียมกันทุกๆย่านความถี่นั่นเองครับ

นอกจากค่า Age Adjustment แล้วถ้าเลื่อนลงมาอีกนิดก็ยังสามารถปรับค่า Bass Boost ได้อีกด้วยนะ ใครที่ชอบเสพย์เสียงเบสเป็นชีวิตจิตใจก็ยังสามารถเพิ่มย่านความถี่ต่ำให้สมใจอยากได้อีกรอบครับ

เสียงดีจริง อันนี้ยืนยัน

จากหลายรางวัลที่ทาง Sonarworks ได้มาก็การันตีอยู่แล้วว่าของเค้าดีจริง เท่าที่ผมทดลองใช้งานกับหูฟังหลายๆรุ่นก็ต้องยอมรับว่าเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่ต่างๆที่เราสามารถได้ยินชัดเจนมากขึ้น ทำให้เห็นรายละเอียดเสียงได้มากขึ้น รวมถึงทำให้มิติและเวทีเสียงของหูฟังเราดีขึ้นอีกต่างหาก

ถ้า True-Fi ให้อิสระเราในการเลือกคลังเพลงหรือแอพพลิเคชั่นในการฟังเพลงด้วยล่ะก็ อันนี้บอกเลยว่าเอาคะแนนไปห้ากะโหลกทันที แต่ถ้าใครรับข้อเสียตรงนี้ได้ก็บอกเลยว่า True-Fi เป็นแอพพลิเคชั่นในการฟังเพลงที่ดีมากๆอันนึงเลยทีเดียวครับ

ที่สำคัญฟรีอีกต่างหาก แนะนำว่าลองโหลดมาเล่นขำๆดูก็ได้รับรองว่าไม่เสียหลาย แต่สำหรับใครที่จะใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์อันนี้เค้าจำกัดการใช้งานให้ฟรีแค่ 10 วันเท่านั้นนะครับ ถ้าติดใจขึ้นมาก็ต้องควักกระเป๋ากันล่ะทีนี้

 

พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการและกด ENTER เพื่อค้นหา

ตะกร้าสินค้า