/
/
/
codec สำหรับฟังเพลงในยุคไร้สายมีอะไรบ้าง ? (ตอนที่2)
Jaben Luv You
Posted in LEARNING CENTER

codec สำหรับฟังเพลงในยุคไร้สายมีอะไรบ้าง ? (ตอนที่2)

จากคราวที่แล้วที่เราคุยกันว่ามันจะมี codec อีกบางตัวที่เราควรทำความรู้จัก

เพื่อที่จะให้ครอบคลุมตลาดการฟังเพลงไร้สายในปัจจุบัน

ในปัจจจุบันนอกจาก atpX และ aptXHD ที่ใช้กันค่อนข้างแพร่หลายแล้ว

เรายังมี codec ที่น่าสนใจอีกก็คือ LDAC

ซึ่งเป็น codec ที่ทาง sony คิดขึ้นมา ความเทพของ LDAC ก็คือ

สามารถรองรับรองรับการเล่นไฟล์ที่มีคุณภาพสูงได้ถึง 990kbps

ซึ่ถ้าเทียบกับ aptXHD ที่รองรับการเล่นไฟล์แบบ 24bit เหมือนกัน

แต่ทาง aptXHD จะรองรับได้ที 576kbps ซึ่งความต่างจากตัว aptX ธรรมดายังมีไม่มากเท่าไหร่

แต่ถ้าหากเป็น LDAC ก็จะมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกับไฟล์ FLAC มากขึ้นไปอีกเยอะเลย

เนื่องจากไฟล์ flac จะมี bitrate ที่สูงถึง 1411kbps

ซึ่งใครที่เคยฟังเพลงด้วยระบบที่เป็น 24bit เต็มรูบแบบจะรู้ว่าเสียงที่ได้

มันให้ความละเมียดละไมไปมากกว่าไฟล์แบบ 16bit ไปเยอะมากที่เดียว

แต่สิ่งที่เราต้องแลกมาก็มีเยอะมาก เช่นขนาดไฟล์หรือราคาของอุปกรณ์ที่ต้องใช้

รวมถึงการหา source มาเล่นได้ก็นับว่ายากกว่าเยอะมากๆ

หลังจากพูดถึงของที่เราพบเจอหรือได้ง่ายหรือได้ยินกันบ่อยๆไปแล้ว

คราวนี้มาพบกับ codec ตัวที่ไม่ค่อยคุ้นหูกันจะดีกว่านั่นก็คือ LHDC 

Codec ตัวนี้เสปคดูดีมากเลยนะ รองรับ bitrate ได้สูงถึง 900kbps

ซึ่งนั่นก็เพียงพอจะทำให้เล่นไฟล์คุณภาพสูงๆได้ดีเลย

แต่ปัญหาก็คืออุปกรณ์ที่รองรับมีน้อยมากๆ และเราสามารถเข้าไปเช็คอุปกรณ์ที่รองรับ

ได้ที่นี่ : https://www.hwa-lhdc.org/product 

ซึ่ง Codec LHDC ที่เราคุยกันเมื่อกี้ ข้อมูลที่ผมให้ไปก็อาจจะไม่ได้เยอะอะไร

เนื่องจากว่าเป็น codec ที่ไม่ได้รับความนิยมเลย มีเพียงมือถือไม่ถึงสิบรุ่นที่รองรับ

แล้วยังไม่มีหูฟังตัวไหนที่รองรับโดยตรงเลย จะต้องเล่นผ่านตัว bluetooth receiver ของ Fiio รุ่น BTR3 รุ่นเดียวเท่านั้น

ผมเลยจะขอปิดบทความด้วยเรื่องสั้นๆ ซักเรื่องนึงดีกว่า นั่นก็คือเรื่อง Noise Canceling นั่นเอง

เทคโนโลยี Noise Canceling เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยลดเสียงรบกวน

จากสภาพแวดล้อมที่จะเล็ดลอดเข้ามา โดยทางเทคนิคแล้วก็จะต้องซีลรอบใบหูของเราซะก่อน

ถ้าเป็นหูฟังแบบครอบทับหูทั้งใบก็ทำได้ง่ายหน่อย

ส่วนหูฟังประเภท in-ear ก็จะต้องเลือกใช้จุกยางที่ใส่แล้วต้องค่อนข้างกระชับ

และเหลือช่องว่างให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นหูฟังแบบ ear-bud หรือหูฟังประเภท over-ear ก็จะลดเสียงรบกวนได้ไม่มากเท่าไหร่

หลังจากที่ตัวหูฟังซีลปิดที่หูของเราเรียบร้อย ก็จะเป็นเรื่องของระบบการจัดการตัวคลื่นเสียง

โดยจะเป็นเทคนิคที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละแบรนด์ แต่โดยรวมหลักการก็คือจะต้องใช้โมโครโฟนตัวเล็กๆ

เพื่อรับเสียงภายนอกแล้วสร้างคลื่นหักล้างเสียงรบกวนเหล่านั้นในทันที

ทำให้เสียงที่เข้ามาหายไปให้ได้เยอะที่สุด ซึ่งในหูฟังบางรุ่นการทำงานนี้

ก็อาจจะไปดรอปคุณภาพเสียงจากตัวหูฟังบ้างนิดๆหน่อยๆ

แต่โดยรวมแล้วก็เป็นผลดีมากกว่าในตอนที่เจอสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการฟังเพลง

แล้วทั้งหมดนี่ก็เป็นบทความที่ผมอยากจะแนะนำเทคโนโลยีสำหรับการฟังเพลงแบบไร้สายในปัจจุบันให้ทุกๆท่านได้อ่านกันเพลินๆ

หวังว่าคงจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากและน่าจะไม่ยืดยาวเกินไปเนอะ

ขอบคุณที่อ่านกันมาจนจบครับ ขอบคุณมากครับ

พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการ

ตะกร้าสินค้า

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการแสดง Popup

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการแสดงโฆษณาเกี่ยวโปรโมชั่นบทเว็บของ jaben.co.th ให้กับท่าน หากท่านไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้ประเภทนี้ การแสดงโฆษณาให้กับท่านอาจจะมีความคลาดเคลื่อน และ ซ้ำซ้อนได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก