/
/
/
รู้กันซักนิดถ้าคิดจะเล่น Hi-Res Audio
Posted in ARTICLESLEARNING CENTER

รู้กันซักนิดถ้าคิดจะเล่น Hi-Res Audio

เรื่องของ Hi-Res Audio เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และดูว่ามันจะกลายมาเป็นอนาคตที่สำคัญในวงการออดิโออย่างแน่นอน แต่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญของโลก ที่จะต้องมีคนมาแย้งหรือตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับเจ้า Hi-Res Audio ว่ามันดีจริงๆหรือว่าเป็นแค่คำโฆษณาสวยหรูของเหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์ออดิโอกันแน่?

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นกับคำว่า Hi-Res Audio หรือ HRA ต้องรบกวนจิ้มที่ ลิงค์ เข้าไปอ่านบทความเก่าของเราก่อนนะครับจะได้ตามกันทัน ส่วนใครที่ขี้เกียจย้อนไปอ่าน เราก็สรุปให้ได้แบบสั้นๆเลยว่า Hi-Res Audio ก็คือไฟล์ออดิโอที่มีความละเอียดสูงกว่าระดับ CD Quality หรือก็คือสูงกว่าค่า 16Bit / 44.1kHz ขึ้นไปนั่นเองครับ

แต่เรื่องของ HRA จริงๆแล้วมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นน่ะซิครับ เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วการจะแบ่งแยกความละเอียดของเสียงโดยใช้แค่ Bit Depth และ Sample Rate เป็นตัวกำหนดเพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เราหยิบจับไฟล์ผิดมาใช้งานก็เป็นได้นะ

แน่ใจได้ไงว่า Hi-Res จริง?

มีผู้สันทัดกรณีด้านออดิโอหลายคนเคยให้ข้อสังเกตุว่า เราจะรู้ได้ไงว่าไฟล์ HRA ที่เรามีน่ะมันเป็นของจริง? หลายท่านอาจจะคิดว่า “เอ๊า!! ง่ายจะตายชัก ก็ดูที่ค่า Bit Depth กับ Sample Rate ให้มันสูงกว่า 16Bit / 44.1kHz ไง” ฟังดูก็ไม่น่ายุ่งยาก แต่ปัญหามันมีอยู่ว่าถ้าเกิดเรามีไฟล์ที่บอกว่าเป็น 24bit / 48kHz ซึ่งตามตัวเลขถือว่าเป็น HRA แต่จริงๆแล้วมันดันถูก Up Sampling มาจากไฟล์ 16Bit / 44.1kHz เข้าให้ล่ะ ทีนี้จะถือว่ามันเป็นไฟล์ HRA ได้มั้ยล่ะเนี่ย?

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะมันทำให้เราต้องเช็คกันให้ละเอียดทีเดียวเวลาจะหาเพลงที่เป็น HRA มาฟัง โดยเฉพาะคนที่ชอบหาเพลงฟรีมาฟังจากกรุ๊บแจกเพลงทั้งหลาย จงพึงระวังกันไว้ให้ดี ผมเคยเห็นคนถูกสับขาหลอกกันมาเยอะแล้วจากการอยากฟังเพลงคุณภาพแต่ดันชอบของฟรี ฮ่าๆ

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ชอบของฟรีเท่านั้น เพราะถ้ามาคิดกันดูดีๆ ในกระบวนการโปรดัคชั่นส์เพลง  โดยเฉพาะในสมัยยุคแรกๆของการบันทึกเสียงแบบดิจิตอล ถ้าเกิดว่ามีงานถูกบันทึกเสียงที่ความละเอียด 16Bit / 44.1kHz แต่กลับมาถูกทำมาสเตอร์ขายใหม่เป็น 24Bit / 96kHz ในยุคนี้ขึ้นมาล่ะ ก็กลายเป็นว่าที่เราฟังกันอยู่มันจะนับเป็น Hi-Res Audio จริงๆได้อยู่มั้ยเนี่ย?

จริงๆแล้วทาง RIAA หรือ Recording Industry Association of America ได้พยายามระบุถึงมาตราฐานของ Hi-Res Audio ที่ควรจะเป็นเอาไว้อยู่แล้วล่ะครับ คือไม่ใช่แค่ว่ามันจะมีความละเอียดที่สูงกว่า 16Bit / 44.1kHz เท่านั้น แต่ว่าต้องเป็น “lossless audio ที่สามารถแสดงรายละเอียดได้เต็มที่ทุกย่านความถี่ตามที่ถูกบันทึกเสียงและมาสเตอริ่งมา โดยต้องสามารถถ่ายทอดความสมบูรณ์ของเสียงเพลงได้ทุกตัวโน้ตเหมือนกับที่ศิลปิน, โปรดิวเซอร์ หรือว่าซาวด์เอนท์จิเนียร์ต้องการ” ครับ

Cr.Hyper X

หรือต่อให้ไม่ได้มองแค่ตัวเลข เราดูเฉพาะที่เทคนิคในการบันทึกเสียงก็ได้ บางอัลบั้มแปะเลขมาเลยว่าเป็น HRA แต่พอฟังแล้วกลับรู้สึกว่าไม่อลังการงานสร้างอย่างที่จินตนาการไว้ สู้อัลบั้มอื่นที่จบงานออกมาเป็น CD Quality ตามปกติยังไม่ได้เลย ฉะนั้นด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะบอกได้ว่าอะไรคือ Hi-Res Audio กันแน่

อย่าคาดหวังจนเกินไปกับทุกค่ายเพลงนะครับ ถึงเค้าจะบอกว่าทำงานออกมาเป็น HRA แล้วส่งไปขายตามเวปไซต์ต่างๆก็เถอะ เพราะบางอัลบั้มฟังแล้วก็เหมือนกับเอาคำว่า HRA ไว้ใช้ขายของไปหยั่งงั่นเอง ฮ่าๆ

หาฟัง HRA จากแหล่งที่เชื่อถือได้

จากปัญหาเรื่องไฟล์ HRA แท้หรือเทียมทำให้การหาไฟล์เพลงความละเอียดสูงมาฟังต้องหาจากแหล่งที่เราเชื่อมือได้ ริอยากจะฟังเพลงที่มีความละเอียดสูงก็จำเป็นจะต้องเสียเงินเหมือนกับการฟังเพลงทั่วไป และดีไม่ดีอาจจะต้องเสียแพงกว่าด้วย ฮ่าๆ ดังนั้นข้อควรปฎิบัติก็คือให้หาซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ยกตัวอย่างเช่นเวปไซต์จำหน่ายเพลง HRA ดังๆอย่างเช่น HD Tracks, Onkyo Music หรือว่า 7Digital เป็นต้น

การดันทุรังหาไฟล์เพลงจากแหล่งแจกฟรีทั้งหลายมีความเสี่ยงที่คุณจะได้ไฟล์ที่ไม่ Hi-Res สมชื่อ อย่าว่าแต่ไฟล์ Hi-Res เลยครับ ผมเคยเห็นการถกเถียงกันในกลุ่มแจกเพลงฟรีว่าไฟล์ที่เค้าได้มานั้นมันเป็นไฟล์ FLAC จริงๆหรือว่าเอา MP3 มาคอนเวิร์ตใหม่กันแน่ บางทีก็ต้องมานั่งเปิดโปรแกรมเพื่อจะเช็คกราฟ Spectogram ดูว่าเป็นไฟล์ Lossless จริงหรือไม่ ซึ่งแทนที่จะได้เอาเวลาไปฟังเพลงกันให้ฉ่ำอุราก็กลับต้องมาปวดหัวกับการจับผิดไฟล์กันซะอย่างงั้น

จะฟังเพลงคุณภาพทั้งทีก็ยอมทุ่มทุนกันซักนิดจะได้ไม่ถูกหูตัวเองหลอกเอานะครับ ไม่ใช่ว่าฟังเพลงความละเอียดธรรมดาแต่มโนไปเองว่าฟัง Hi-Res อยู่นะ ฮ่าๆ

ของต้องถึง!!

เมื่อได้ไฟล์ Hi-Res ของแท้มาอยู่ในกำมือแล้วล่ะก็ อีกสิ่งสำคัญที่พึงมีถ้าคุณอยากจะรีดประสิทธิภาพของไฟล์เพลงความละเอียดสูงให้ได้อย่างหมดจด นั่นก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ฟังเพลงนั่นเองครับ โดยเฉพาะสองเครื่องมือหลักของเราอย่างเช่นเพลเยอร์และหูฟัง

เพราะถ้าคุณฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนโดยตรงบวกกับหูฟังที่แถมมากับเครื่อง ผมคิดว่าไฟล์ Lossless ระดับ CD Quality ทั่วไปก็เหลือเฟือที่จะฟังแล้ว ถ้าอุปกรณ์ไม่ดีพอมันยากที่จะแยกความแตกต่างของเสียงหรือคุณภาพที่เพิ่มขึ้นมาได้นะครับ ยิ่งใครฟังเพลง HRA ด้วยลำโพงอันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากเครื่องเสียงแล้วตัวห้องฟังเพลงก็ต้องถูกปรับแต่งให้ได้มาตรฐานเหมือนกัน

ในรายที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นห้องเครื่องหลักเวลาฟังเพลงความละเอียดสูง คุณก็อาจจำเป็นจะต้องพึ่งพาบริการจาก DAC ที่ได้มาตรฐานไว้เป็นตัวช่วยครับ เพราะถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่นจะโฆษณาว่าอัดแน่นไปด้วยขุมพลัง DAC Built-in ภายใน แต่เท่าที่ลองมาผมก็คิดว่ามันยังไม่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพที่คู่ควรกับการฟังเพลง Hi-Res จริงๆซักเท่าไหร่ ยังไงก็เชียร์ DAC ภายนอกมากกว่าอยู่ดีครับ

กับการฟังเพลง HRA ให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องอุปกรณ์จึงค่อนข้างสำคัญครับ สังเกตได้จากบรรดาแบรนด์ดังๆ ต่างเข็นผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา โดยแปะป้ายพ่วงโลโก้ Hi-Res Audio กันเต็มไปหมด ซึ่งแน่นอนว่าที่สามารถโฆษณาคำว่า HRA ได้ก็เพราะว่าสเปคของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นสามารถตอบสนองความละเอียดของไฟล์เพลงระดับ Hi-Res Audio ได้เป็นอย่างดีนั่นเองครับ

หูต้องได้!!

แถมท้ายให้ซักนิดสำหรับนักฟังหน้าใหม่ เพราะนักฟังรุ่นเก๋าทั้งหลายคงแฮปปี้อยู่แล้วกับการใช้ไฟล์ HRA ในการฟังเพลง แต่ถ้าคุณเป็นคนฟังเพลงประเภทที่แยกความแตกต่างของไฟล์ WAV กับ MP3 ไม่ได้ แบบฟังให้ตายยังไง๊ยังไงก็แยกไม่ออก อันนี้ก็บอกได้เลยว่าคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนกับกับเรื่องของ HRA ให้มากนักก็ได้ครับ แค่การฟังสตรีมมิ่งทั่วไปหรือไฟล์ระดับ CD Quality ก็น่าจะบันเทิงสองรูหูคุณได้เพียงพอแล้ว

“ฟังเพลงให้มีความสุขจะได้ไม่ทุกข์กับเงินในกระเป๋า” นะครับผม

There are no reviews yet.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

พิมพ์คำที่ต้องการและกด ENTER เพื่อค้นหา

ตะกร้าสินค้า