/
/
/
หูฟัง Wireless หรือ True Wireless เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ
Posted in LEARNING CENTER

หูฟัง Wireless หรือ True Wireless เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

ปฎิเสธไม่ได้แล้วว่าทุกวันนี้หูฟังไร้สายกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่ต้องการเป็นอิสระจากสายสัญญาณที่อาจเป็นอุปสรรคเวลาเดินทางบนรถเมล์, รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเวลาออกกำลังกาย และด้วยคุณภาพในการใช้งานที่ดีวันดีคืนก็ยิ่งทำให้หูฟัง Wireless ได้รับความสนใจมากเข้าไปอีก แต่หูฟังไร้สายแบบไหนล่ะที่จะตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีที่สุดกันนะ?

เพราะความสามารถของเทคโนโลยีไร้สายที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตัว codec Bluetooth ซึ่งให้คุณภาพเสียงดีเยี่ยมอย่างเช่น aptX HD หรือว่า LDAC ทางด้านฟังค์ชั่นและความสะดวกในการใช้งานหูฟังไร้สายก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน อย่างเช่นระบบควบคุมการเล่นเพลงต่างๆหรือระบบ Noise Cancellation ที่ช่วยให้การฟังเพลงของคุณเพลิดเพลินขึ้นอีกหลายระดับ

ทั้งหมดนี้ทำให้ปัจจุบันและอนาคตของหูฟัง Wireless หรือหูฟังไร้สายจึงดูสดใสเอามากๆ ยิ่งทุกวันนี้มีทั้งราคาและตัวเลือกต่างๆเพียบไปหมด การตัดสินใจเลือกซื้อหูฟังไร้สายสักอันนึงก็คงเป็นเรื่องชวนปวดหัวไม่น้อย

ปัจจุบันหูฟังไร้สายที่ได้รับความนิยมมากๆจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือหูฟัง Wireless และอีกแบบนึงก็คือหูฟัง True Wireless ซึ่งเป็นน้องใหม่ที่สร้างความนิยมได้อย่างล้นหลามในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ฟังจากชื่อแล้วหลายๆท่านอาจจะสงสัยว่าไอ้เจ้าหูฟัง Wireless กับ True Wireless นี่มันต่างกันยังไงหว่า? ชื่อก็คล้ายกันแท้ๆ ถ้าหยังงั่นแล้วเราก็ไปดูความเหมือนที่แตกต่างของหูฟังทั้งสองแบบกันก่อนเลยครับ

หูฟัง Wireless VS True Wireless

Wireless Headphone

ถ้าว่ากันตามรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเราสามารถแบ่งหูฟัง Wireless ได้เป็น 3 ประเภทก็คือ หูฟัง Wireless แบบมีสายคล้องคอ (Neckband), หูฟัง Wireless แบบ On-Ear และ หูฟัง Wireless แบบ Over-Ear ครับ

SONY WI-1000X Headphones หูฟัง Wireless แบบมีสายคล้องคอ

หูฟัง Wireless แบบที่มีสายคล้องคอมักจะมาในรูปแบบ earphones หรือว่า earbud ซะเป็นส่วนมาก ซึ่งจะเหมาะสำหรับสายนักกีฬาเพราะให้ความรู้สึกกระชับมั่นคงเวลาสวมใส่ แถมไม่ต้องกังวลเรื่องหูฟังจะหลุดแล้วหล่นลงมาพังหรือศูนย์หายเนื่องจากมีสายคล้องคอประคองไว้อยู่แล้ว หูฟังประเภทนี้จะมีรีโมทควบคุมการเล่นเพลงหรือไมค์โครโฟนสำหรับโทรศัพท์ติดอยู่ที่ตัวสายคล้องคอเลย

BackBeat Fit 500  หูฟัง Wireless แบบ On-Ear

ส่วนหูฟังไร้สายประเภท On-Ear และ Over-Ear นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเฮดโฟนทั่วไปเด๊ะเลยครับ เพียงแต่ว่าไม่มีสายสัญญาณติดอยู่ที่ตัว Ear Cup เท่านั้นเอง ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าหูฟัง Earbud ทำให้ระบบควบคุมการเล่นต่างๆมาอยู่ที่ด้านข้างของ Ear Cup ได้ทั้งหมดครับ

True Wireless Headphone

สำหรับหูฟัง True Wireless นั้นจะมาในรูปแบบหูฟัง in-ear ครับ เนื่องจากการที่มันไม่มีสายเชื่อมต่อระหว่างหูฟังทั้งสองข้าง ทำให้จำเป็นต้องดีไซน์เพื่อสามารถสวมใส่เข้าไปในช่องหูได้แน่นกระชับ ส่วนของไมค์โครโฟน ระบบควบคุมการทำงาน หรือแบตเตอรี่จะถูกยัดเข้าไปด้านใน Housing ทั้งหมด

TFZ X1 หูฟัง True Wireless

แต่ด้วยขนาดที่เล็กแถมไม่มีสายคล้องคอเชื่อมหูฟังทั้งสองข้าง ทำให้มันมีความเสี่ยงจากการสูญหายเมื่อล่วงหล่นได้มากกว่าใครเพื่อน จะเห็นได้ว่าหูฟัง True Wireless จะเป็นหูฟังไร้สายที่ดูจะให้อิสระและความคล่องตัวเวลาสวมใส่สูงกว่าหูฟัง Wireless ปกติ

 แล้วเราจะเลือกแบบไหนดี?

ณ ปัจจุบันนี้เรื่องราคาไม่ค่อยมีผลต่อการตัดสินใจเลือกหูฟัง Wireless หรือว่า True Wireless มากซักเท่าไหร่ครับ เนื่องจากทั้งคู่มีค่าตัวให้เลือกหลายระดับมาก ตั้งแต่พันต้นๆไปถึงหมื่นกว่าบาท การเลือกซื้อหูฟังไร้สายจึงควรดูที่รูปแบบการใช้งานเป็นหลักซะมากกว่า

หูฟัง Wireless แบบที่มีสายคล้องคอส่วนมากจะถูกอกถูกใจคนรักสุขภาพ เนื่องจากสวมใส่ได้กระชับ เวลาที่เราอยากพักหูก็สามารถถอดออกมาคล้องคอเอาไว้ได้ไม่ต้องกลัวหล่นหาย ในด้านคุณภาพเสียงมักจะเน้นที่สไตล์ฟังสนุกซะเป็นส่วนมาก ใครชอบฟังเบสค่อนข้างหายห่วง เพราะหลายๆเจ้ามักจะเน้นจุดนี้อยู่แล้ว เพื่อให้คุณมีจิตใจที่ฮึกเหิมในระหว่างการออกกำลัง

ส่วนหูฟัง Wireless แบบ On-Ear และ Over Ear นั้นจะตอบโจทย์เรื่องคุณภาพเสียงได้ดีขึ้นอีกระดับ เนื่องจากไดรเวอร์ที่ใหญ่มากกว่า ด้านความสะดวกสบายอาจจะน้อยกว่า Earbud ที่มีสายคล้องคออยู่บ้าง แต่บางคนก็ชอบใช้หูฟังไร้สายแบบ On-Ear ใส่ออกกำลังเช่นกัน อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ความถนัดครับ แต่ถ้าคุณเน้นคุณภาพเสียงและระบบ Noise Cancellation ที่ดี ส่วนมากหูฟังแบบนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากกว่าแบบแรกครับ

Sony WH-1000XM3 หูฟังไร้สายที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบ Noise Cancellation และ คุณภาพเสียง

ทางฝั่งหูฟัง True Wireless นั้นก็ยอดเยี่ยมในเรื่องของความคล่องตัวเวลาใช้งาน เพราะไม่มีสายสัญญาณหรือเฮดแบนด์มาเกะกะส่วนอื่นบนศีรษะของเรา ด้านคุณภาพเสียงก็จัดว่าดีมากในหลายๆรุ่น เพราะเอาเทคโนโลยีของหูฟัง in-ear แบบปกติมาใช้ในการพัฒนา ถ้าจะมีข้อเสียอยู่บ้างก็คือต้องระมัดระวังเวลาสวมใส่อย่างที่บอกไป เพราะเสี่ยงต้องการสูญหายและก็เสียหายถ้าเกิดหลุดออกมาจากหูจนกระแทกเข้ากับพื้น

ระบบควบคุมการเล่นเพลงก็อาจจะใช้งานได้ไม่สะดวกถ้าเทียบกับแบบ On-Ear เนื่องจากตัวเฮาส์ซิ่งมีขนาดเล็ก ทำให้ปุ่มควบคุมต้องเล็กตามไปด้วย ยกเว้นบางรุ่นที่ใช้ระบบ Touch Control ก็อาจจะทำให้ใช้งานสะดวกขึ้นบ้าง อีกจุดนึงก็เห็นจะเป็นเรื่องแบตเตอรี่ เพราะการต้องยัดแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงไปในเฮาส์ซิ่งก็ย่อมต้องแลกมาด้วยระยะเวลาในการใช้งานที่ลดลง ถึงแม้จะสามารถเอาไปชาร์จต่อในเคสหูฟังได้ก็ตาม

Wireless หรือ True Wireless แบบไหนเสียงดีกว่ากัน

ขอเจาะขยายหัวข้อที่แล้วอีกเล็กน้อยในเรื่องคุณภาพเสียง แน่นอนว่าซื้อหูฟังทั้งทีไม่ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ตาม เรื่องเสียงเป็นปัจจัยหลักที่เรามักจะกังวงอยู่เสมอ เอาเป็นว่าถ้าดูตามลักษณะทางกายภาพจากขนาดของไดรเวอร์แล้ว หูฟัง Wireless แบบ On-Ear และ Over Ear ดูจะมีภาษีดีกว่าใครเพื่อน

แต่ก็อาจจะฟันธงไม่ได้ซะทีเดียว เพราะหูฟัง Wireless หรือ True Wireless ที่เป็น Earbud หลายๆรุ่นก็ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน เนื่องจากเทคโนโลยีของไดรเวอร์หูฟังขนาดเล็กที่รุดหน้าไปไกลมากแล้ว ทำให้หูฟัง Earbud ขนาดเล็กก็มีสุ้มเสียงไม่น้อยหน้าเฮดโฟนขนาดใหญ่เลยล่ะครับ

จุดที่เราควรให้ความสำคัญมากกว่าจึงเป็นเรื่องของ codec Bluetooth ที่ใช้งาน เพราะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพในการถ่ายทอดสัญญาณจากต้นทางไปยังปลายทางก็คือตัวหูฟังของเราครับ ถ้ามี codec Bluetooth ที่ดีก็เปรียบได้กับการใช้สายสัญญาณคุณภาพดีนั่นเอง

ถ้าต้องการหูฟัง Wireless หรือ True Wireless ที่เสียงดีเราก็ควรมองหาหูฟังที่มีมาตราฐาน codec แบบ aptX เป็นขั้นตำ่ เนื่องจากมันสามารถการันตีคุณภาพเสียงระดับ CD Quality ให้เราได้ แต่ถ้าคุณซีเรียสกับการฟังเพลงแบบไร้สายมากพอสมควร codec แบบ aptX HD หรือ LDAC เป็นสิ่งที่คุณควรมองหาจากการซื้อหูฟังไร้สายสักตัวครับ เพราะจะตอบสนองการฟังเพลงระดับ Hi-Res ได้เลย

เรื่องของระบบ Noise Cancellation

ทุกวันนี้มีหูฟังไร้สายหลายรุ่นที่เสนอตัวเองมาพร้อมระบบขจัดเสียงรบกวน ซึ่งถือเป็นของแถมที่เราจะได้จากการใช้หูฟังประเภทนี้ ถึงแม้ว่าหูฟัง Wireless แบบ Earbud หรือว่า True Wireless จะมีข้อดีตรงที่สามารถขจัดเสียงรบกวนได้ดีประมาณนึงแล้วก็ตาม เนื่องจากการที่มันอุดช่องหูของเราอยู่ (Passive Noise Cancellation) แต่ถ้าคุณเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูง ชอบความเงียบสงบจากการฟังเพลงล่ะก็ อย่าลืมมองหาหูฟัง Wireless ที่มาพร้อมฟังค์ชั่น Noise Cancellation ด้วยล่ะครับ

ยิ่งเป็นหูฟัง in-ear ที่มีฟังค์ชั่น Noise Cancellation ด้วยแล้ว เท่ากับว่าคุณจะได้ทั้งความสามารถ Passive และ Active Noise Cancellation อยู่ในหูฟังตัวเดียวกันเลย รับรองว่าเงียบสงัดปราศจากเสียงรบกวนแน่นอน

แต่ทางด้านหูฟัง On-Ear Wireless เองก็มีหลายๆรุ่นที่สามารถขจัดเสียงรบกวนได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ข้อดีของหูฟัง On-Ear ที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงสามารถติดตั้งไมค์โครโฟนขนาดเล็กเพื่อเข้าสู่กระบวนการ Noise Cancelling ได้ดี จึงขจัดเสียงรบกวนได้ชะงัดมากๆ

ถ้างบในกระเป๋าของคุณเหลือเฟือ เวลาซื้อหูฟัง Wirless อย่าลืมเลือกรุ่นที่มีฟังค์ชั่น Noise Cancellation มาด้วยนะครับ

หูฟัง Wireless สำหรับการออกกำลังกาย

หลายๆคนมองหาหูฟัง Wireless ส่วนหนึ่งก็เพื่อใช้ในการออกกำลังกายด้วยล่ะครับ เนื่องจากช่วงนี้กระแส Workout กำลังมาแรงเหลือเกิน คนรุ่นใหม่ใครก็อยากสุขภาพดีกันทั้งนั้น

หูฟัง Wireless และ True Wireless สามารถตอบสนองกับการใช้งานเวลาออกกำลังได้ดีทั้งนั้นครับ แต่จะขึ้นอยู่กับความถนัดเวลาที่สวมใส่มากกว่า แต่จุดแรกที่คุณควรพิจารณาเวลาเลือกซื้อควรจะเป็น IP rating ครับ เนื่องจากมันจะเป็นตัวชี้วัดว่าหูฟังของคุณมีความทนทานมากขนาดไหน เพราะหูฟังต้องเผชิญทั้งเหงื่อไคลและละอองน้ำตลอดเวลา ดังนั้นมาตราฐานขั้นต่ำอย่าง IPX 4 จึงเป็นสิ่งที่คุณควรมองหา

ถ้ามองเรื่องความคล่องตัวเป็นหลักหูฟัง True Wireless น่าจะดีต่อการใช้งานระหว่างออกกำลังมากที่สุด แต่อย่างที่บอกไว้คือคุณต้องระมัดระวังเวลาสวมใส่พอสมควร ฉะนั้นหูฟัง Wireless แบบที่มีสายคล้องคอจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ส่วนลำดับสุดท้ายก็เห็นจะเป็นหูฟัง Wireless แบบ On-Ear หรือ Over-Ear นั่นเอง ถึงจะดูไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าแบบอื่นๆ และสะสมความชื้นจากคราบเหงื่อมากกว่าใครเพื่อน แต่ก็มีหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังโดยเฉพาะ ฉะนั้นอันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบของใครของมันแล้วล่ะครับ

อ๋อ! แล้วยิ่งถ้าหูฟังตัวไหนให้เบสเยอะๆล่ะก็ยิ่งน่าซื้อไว้ใช้ออกกำลังนะครับ จากผลวิจัยบอกไว้ว่าดนตรีที่คึกคักช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังของคุณให้ดียิ่งขึ้น เว้นแต่ว่าถ้าคุณชอบฟังเพลงแจ๊สเบาระหว่างออกกำลังนั่นก็เป็นอีกเรื่องนึงครับ ฮ่าๆ

พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการและกด ENTER เพื่อค้นหา

ตะกร้าสินค้า